วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

Payall - ชีวิตสบาย ใช้จ่ายด้วย เพย์ออล


จุดเริ่มต้น ของ Payall

     เดี๋ยวนี้โลกของเรามันเปลี่ยนไป ในเรื่องของการใช้เงิน ประเทศไทยเราก็เหมือนกัน รัฐบาล ก็มี พร้อมเพย์ ธนาคาร ก็มีพวก ไอแบงค์ เน็ตแบงค์ ต่างๆ ทำให้เดี๋ยวนี้คนจะไม่ไปธนาคารกันแล้ว เพราะทำทุกอย่างผ่านโทรศัพท์ได้ ทั้งสะดวก รวดเร็ว และง่ายกว่าเยอะ มันเลยจะทำให้ในอนาคต โลกของเรา จะก้าวเข้าสู่ ยุคของการ " ไม่ใช้เงินสด " 

     เพย์ออล เขามองเห็นประโยชน์ตรงนี้แหละครับ เขาถึงได้ทำ Application นี้ขึ้นมา มันไม่ใช่แค่การจ่ายบิล แต่มันจะรองรับการใช้จ่ายทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา ตั้งแต่ ค่าข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ข้าวเหนียวส้มตำ ลาบอุบล ค่ากาแฟ ค่าโรงแรม ซื้อของในห้าง หรือทุกอย่างที่เราใช้จ่าย ในอนาคต แอปนี้จะรองรับทั้งหมดเลยครับ

     ที่สำคัญ ถ้าเราใช้จ่ายผ่าน Application ของ Payall เราจะได้ส่วนลดพิเศษ ที่คนที่เขาใช้เงินสดจะไม่ได้ และเรายังจะได้คะแนน เอากลับมาคำนวนเป็นรายได้ของเราได้อีกด้วยครับ รายละเอียด อ่านต่อในบทความนี้เลยครับ








สารบัญ


บทที่ 1 Payall คืออะไร

บทที่ 2 ทีมผู้บริหารของ Payall

บทที่ 3 บริการของ Payall

บทที่ 4 แผนการตลาดของ Payall

บทที่ 5 ผลตอบแทนของนักธุรกิจ Payall

บทที่ 6 คำศัพท์ที่ควรรู้

บทที่ 7 การสมัครใช้งาน Application ของ Payall

บทที่ 8 The Best Team ทีมงานออนไลน์อันดับหนึ่งของ Payall


รวบรวมเนื้อหาโดย : น้ำ วิศวะ ไฟฟ้า

หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม : The Best Team

เพจ Facebook ทีม : Payall - The Best Team

Line ID : entaneer



บทที่ 1 Payall คืออะไร


     Payall application เป็นธุรกิจ Startup ตัวใหม่ ที่ได้ปล่อยออกมาให้พวกเราได้ใช้กัน ในช่วงเดือน กรกฎาคม 2558 และถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นตัวกลางในการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันของเรา ในอนาคต Payall จะคลอบคลุมการใช้จ่ายทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน (ดูรายละเอียดบริการของ Payall ได้ในบทที่ 3) เพื่อช่วยให้ชีวิตของคนเราสะดวกสบายยิ่งขึ้น และที่สำคัญ เรายังสามารถเปลี่ยนรายจ่ายของเราให้กลับมาเป็นรายได้ เพียงแค่คุณ ใช้จ่ายผ่าน Application ของเรา Payall








ทำไมต้อง Payall โดย ฟิล์ม รัฐภูมิ







     และที่สำคัญคือ Payall application ของเรา ได้รับการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ แล้วนะครับ งานนี้ ปลอดภัย หายห่วงแน่นอนครับ

บทที่ 2 ทีมผู้บริหารของ Payall


     ผู้สร้าง Payall application ขึ้นมา ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคนที่เราคุ้นหน้ากันอยู่แล้ว และเขาคนนั้นก็คือ คุณ ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ นั่นเองครับ


     ส่วนคนที่มารับหน้าที่เป็น CEO ของ บริษัท เพย์ออล กรุ๊ป ก็คือ ท่านอาจารย์ สมคิด ลวางกูร นั่นเองครับ





     และนี่ก็คือทีมงานที่ปรึกษาของ บริษัท เพย์ออล กรุ๊ป ครับผม ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในสังคมไทยกันทั้งนั้นครับ




บทที่ 3 บริการของ Payall


     Payall มีแนวคิดที่จะรวบรวมการใช้จ่ายทุกอย่างมาใว้ในที่เดียว คือ Payall application คูณไม่ต้องเดินทางเพื่อออกไปใช้จ่าย ไม่ต้องเจอรถติด ไม่ต้องไปต่อคิวซื้อของ ฯลฯ เพียงเเค่คุณใช้ปลายนิ้วสัมผัส เท่านี้ คุณก็จะสามารถใช้จ่ายทุกอย่างที่คุณต้องการได้แล้วครับ บริการของ Payall มีอะไรบ้าง มาดูกันเลยครับ

- เพย์ ดีล เป็นแหล่งรวมร้านค้าชั้นนำต่างๆ ที่บริษัทไปติดต่อมา เราจะได้ส่วนลดพิเศษจากร้านค้า ที่เข้าร่วมกับ Payall และได้คะแนนจากการใช้จ่าย นำมาคำนวนกลับเป็นรายได้ให้เราได้อีกด้วยครับ ส่วนหนึ่งก็ ตามรูปด้านล่างเลยครับ







- เพย์ ช็อป เป็นศูนย์รวมช็อปปิ้งออนไลน์ จากทั่วทุกมุมโลก เอาไว้ให้สมาชิกได้มาเลือกซื้อสินค้ากัน และมีบริการจัดส่งถึงบ้าน






- เพย์ สตาร์ เป็นแหล่งรวมร้านค้าของดารา

- เพย์ บิล เอาไว้จ่ายบิลทุกอย่างในชีวิตประจำวันของเรา แล้วเราก็จะได้เงินคืนส่วนหนึ่ง จากเงินที่เราจ่ายไป






- เพย์ แคช ให้มือถือใช้จ่ายแทนเงินสดได้ อันนี้สำคัญ ในอนาคต ตรงนี้จะจ่ายได้ตั้งแต่ ร้านลาบอุบล ร้านข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านอะไรก็ได้ ทุกร้านที่เข้าร่วมกับ เพย์ออล ตรงนี้ บริษัทเขาเปิดโอกาสให้พวกเราที่เป็นนักธุรกิจเพย์ออล แนะนำร้านค้าให้เข้าร่วมกับ เพย์ออลได้ด้วยนะครับ ร้านค้าที่เราแนะนำมาไม่ต้องเสียเงินสักบาทในการเข้าร่วม แถมยังมีประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกเพย์ออลได้รู้จักร้านนี้ฟรีอีกครับ เพียงแค่ร้านนั้นต้องให้ส่วนลดพิเศษกับเพย์ออล ให้เท่าไหร่ก็ได้ ตามกำลังของร้าน แล้วบริษัทก็จะไปติดตั้งเครื่องมือสแกนคิวอาโค้ด ติดป้ายประชาสัมพันธ์ ว่าร้านนี้เข้าร่วมกับเพย์ออลแล้วนะ สมาชิกเพย์ออลก็จะแห่มาร้านนี้กัน แล้วเวลาที่เข้าซื้อสินค้าหรือบริการเสร็จ ก็แค่เอาคิวอาโค้ดของเขา สแกนที่ร้าน เท่านี้เงินก็เข้าร้านแล้วครับ และที่สำคัญอีกอย่างคือ นักธุรกิจเพย์ออลที่แนะนำร้านนี้มา จะได้ 4% จากส่วนลดที่ร้านค้าร้านนี้ให้กับเพย์ออล ตลอดชีพ จนกว่าร้านนี้จะปิดบริการ รายละเอียดเพิ่มเติม ตามรูปด้านล่างเลยครับ







  

- ลาซาด้า มีสินค้าเป็นล้านชิ้น ให้เราเลือกซื้อ และมีบริการจัดส่งถึงบ้าน หากท่านใช้จ่ายผ่าน Application ของเรา นอกจากจะได้ส่วนลดพิเศษแล้ว นักธุรกิจ Payall ยังจะได้ Point เอาไปคำนวน เพื่อนำกลับมาเป็นรายได้ของเราได้อีกด้วย



- เพย์ ทริป เป็นแหล่งรวมโรงแรมจากทั่วโลก และตัวเครื่องบินทั่วโลก เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว



- เพย์ ดรีม คนไทยชอบดูดวง ที่นี่จะเป็นศูนย์รวมหมอดูชื่อดังจากทั่วประเทศ (ยังไม่เปิดให้บริการ)


บทที่ 4 แผนการตลาดของ Payall


     Payall application มีทั้งแบบให้บริการฟรี และแบบเช่า Application เป็นรายปี (รายละเอียดจะกล่าวถึงในบทที่ 7) ส่วนในบทนี้ จะกล่าวถึงแผนการตลาดของนักธุรกิจ Payall กันนะครับ สำหรับคนที่ต้องการร่วมทำธุรกิจกับ Payall จะต้องจ่ายค่าเช่า Application ปีละ 3,200 บาท เพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ และรับรายได้จากแผนการตลาดของ Payall

     สำหรับแผนการตลาดของ Payall ผมขอเรียกว่า เป็นแผนการตลาดแบบ " กึ่งสองขา " เพราะว่าต้นแบบแผนการตลาดของ Payall จะเป็นแผนการตลาดแบบ สองขา คือ หนึ่งคน จะสามารถมีคนมาต่อเราได้แค่ 2 คน คือ " ฝั่งซ้าย " กับ " ฝั่งขวา " แต่ความพิเศษในแผนการตลาดของ Payall มันมีมากกว่านั้นครับ คือถ้าเป็นแผนการตลาดแบบ 2 ขาทั่วๆไป คนที่มาสมัครทีหลังจะเสียเปรียบคนที่สมัครก่อนมากครับ จะไม่มีทางที่รายได้ จะแซงคนที่เขาสมัครก่อนได้เลย และคนที่สมัครก่อน ก็สามารถนั่งรอ " กินแรง " คนที่มาทีหลัง แค่นี้ก็รวยได้แล้วครับ แต่ Payall ไม่ใช่แบบนั้นครับ รายได้ของคุณ ขึ้นอยู่กับความขยันของคุณด้วย และคนที่มาสมัครทีหลัง สามารถมีรายได้แซงคนที่สมัครก่อนได้ด้วยครับ

     เมื่อคุณจ่ายเงิน 3,200 บาท Upgrade ตัวเองเป็นสมาชิก VIP เพื่อเข้าร่วมธุรกิจกับ Payall สิ่งที่คุณควรทำความเข้าใจในแผนการตลาดของ Payall คือ คำว่า " สปอนเซอร์ " และ " อัพไลน์ " สองอย่างนี้แหละครับที่จะมาทำให้แผนการตลาดของ Payall นั้นมีความพิเศษ มากกว่าแผนการตลาดสองขาในแบบอื่นๆ เดี๋ยวเรามาดูความแตกต่างระหว่าง สปอนเซอร์ กับ อัพไลน์ กันครับ


1. สปอนเซอร์ ใช้แทนชื่อ ผู้แนะนำตรง




     ถ้าเราไปแนะนำใครให้มาสมัครเป็น VIP กับ Payall ทันทีที่เขาสมัครผ่านรหัสแนะนำของเรา เราก็จะกลายเป็น สปอนเซอร์ หรือ ผู้แนะนำตรงของเขาทันที และที่สำคัญ เราจะไปแนะนำกี่คนก็ได้ ไม่จำกัดจำนวนครับ และผลตอบแทนที่เราจะได้จากสมาชิกแนะนำตรงของเราก็คือ Fast Start, Team Commission และ Matching Bonus 3 Generation (รายละเอียด จะกล่าวถึงในบทที่ 5) รายได้ตรงนี้แหละครับที่จะทำให้เราสามารถมีรายได้แซงคนที่เป็นอัพไลน์เราได้


2. อัพไลน์ ใช้แทนชื่อ ผู้ที่เราไปต่อเขา







     
     เนื่องด้วยแผนการตลาดของ Payall ถูกออกแบบมาให้แต่ล่ะคน สามารถมีคนมาต่อเราได้แค่ 2 คน คือ ฝั่งซ้าน กับ ฝั่งขวา เท่านั้น และถ้ามีคนที่ 3 มาสมัครกับเรา เราต้องเลือกว่าจะให้เขาไปอยู่ฝั่งซ้ายหรือฝั่งขวา สมมุติว่า เราบอกให้เขาเลือกฝั่งซ้าย เขาก็จะถูกระบบ ออโต้ จัดลงไปต่อคนที่อยู่ซ้ายสุดของเราทันที ต่อกันไปเรื่อยๆ เหมือน " ไม้เสียบลูกชิ้น " หรือพูดง่ายๆก็คือ ถ้าวันนี้คุณสมัครต่อผม สมมุติคุณอยู่ฝั่งซ้ายของผม นับจากวันที่คุณสมัคร ทุกคนที่มาสมัครกับผม แล้วผมบอกให้เขาเลือกฝั่งซ้าย เขาเหล่านั้นจะไปต่อขาซ้ายของคุณทันที โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย และสิ่งที่ อัพไลน์จะได้จากลูกทีมก็คือ Point จากการสมัคร และการใช้จ่ายผ่าน Application ของ Payall สำหรับเอาไปคำนวนเป็นรายได้ ในหัวข้อ Team Commission (รายละเอียด จะกล่าวถึงในบทที่ 5) แต่ก่อนที่คุณจะสามารถรับค่า Commission จากแผนการตลาดนี้ได้ คุณต้องมีลูกทีมที่มาจากการแนะนำตรงอย่างน้อย ฝั่งล่ะ 1 คน นะครับ คือ ซ้าย 1 คน และ ขวา 1 คน

     เห็นไหมล่ะครับ เพียงแค่คุณสมัคร ขาข้างหนึ่งของคุณก็จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากการที่คนที่อยู่เหนือคุณ เขาช่วยกันส่งคนลงมา สาเหตุหนึ่งที่แผนการตลาดของ Payall ถูกออกแบบมาให้เป็นแผนการตลาดแบบ 2 ขา ก็เพื่อ ช่วยเหลือคนที่ยังทำงานไม่เป็น ให้เขาได้มีกำลังใจขึ้นบ้าง เขาจะได้พยายามพัฒนาตัวเอง ให้สามารถทำงานได้ในที่สุด 


สรุป บทที่ 4


- ผลตอบเเทนของ สปอนเซอร์ หรือผู้แนะนำตรง 

     คือ Fast Start, Team Commission และ Matching Bonus 3 Generation

- ผลตอบเเทนของ อัพไลน์ คือ Team Commission



บทที่ 5 ผลตอบแทนของนักธุรกิจ Payall


     ในบทนี้เราจะมาดูกันครับว่า การร่วมทำธุรกิจกับ Payall เราจะได้ผลตอบแทนอะไรกลับมาบ้าง







1. Start up point.



     ทันทีที่เราสมัครเป็นนักธุรกิจกับ Payall (Upgrade เป็น VIP) และจ่ายค่าบริการรายปี 3,200 บาท เราจะได้รับ Point ทันที 35 Point และ Point จะถูกแบ่งไปฝั่ง ซ้าย กับ ขวา อย่างล่ะครึ่ง เพื่อนำไปคำนวนเป็นรายได้จาก Team Commission (ข้อที่ 3) ให้กับตัวเราเอง และทันทีที่เรา Upgrade เป็น VIP แล้วเราได้ 35 Point คนที่อยู่บนสายเรา ก็จะได้ทุกคน คนล่ะ 35 Point ไปจนถึงคนที่อยู่ติดบริษัท ในทุกครั้งที่เราใช้จ่าย และได้ Point มา มันก็จะถูกแบ่ง ซ้าย/ขวา อย่างล่ะครึ่ง เพื่อนำไปคำนวนเป็นรายได้จาก Team Commission อีกเหมือนกัน และคนที่อยู่บนสายเราทุกคน ก็จะได Point นี้อีกเช่นกัน และในทางกลับกัน ถ้าคนที่อยู่ในทีมเรา Upgrade เป็น VIP หรือใช้จ่ายผ่าน Application ของ Payall เราก็จะได้ Point จากเขาเหล่านั้นเหมือนกัน และที่สำคัญ ได้ลึกลงไปแบบไม่จำกัดจำนวนชั้นด้วยครับ
*** Point ที่จะได้รับ จะคำนวนให้ตอนเที่ยงคืนนะครับ







2. Fast Start.


     ผลตอบแทนในหัวข้อนี้ เรียกง่ายๆว่า " ค่าแนะนำตรง " ถ้าคนที่เราแนะนำเขา Upgrade เป็น VIP เราจะได้ค่าแนะนำทันที 600 PA (ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะครับ ว่าคือค่าแนะนำตรง ดังนั้น คนที่เป็น อัพไลน์ จะไม่ได้รายได้จากข้อนี้นะครับ) และถ้าปีหน้า เขาต่ออายุ เราก็จะได้อีก 600 PA เช่นกัน (PA คือหน่วยของเงินในระบบ ของ Payall application จะอธิบายรายละเอียดในบทที่ 6)

*** จะมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% และจะจ่ายให้ในวันถัดไป






3. Team Commission


     ในข้อนี้จะได้เป็น Point โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ 


1. กรณีคนที่อยู่ใต้สายงานเราเขา Upgrade เป็น VIP ทุกคนที่อยู่เหนือคนนั้น จะได้คนละ 35 Point รวมทั้งตัวผู้ Upgrade เองก็ได้ด้วย 

2. กรณีคนที่อยู่ใต้สายงานเราใช้จ่ายผ่าน Application แล้วเขาได้ Point มา ไม่ว่าเขาจะได้มาเท่าไหร่ คนที่อยู่เหนือเขา ก็จะได้ Point เท่ากับเขาทุกคน ไปจนถึงคนที่อยู่ติดบริษัทเลยครับ

     การคำนวนค่า Commission เขาจะคำนวนเป็น Cycle โดยที่ ถ้าฝั่งซ้าย และ ฝั่งขวา ของเรา มีจำนวน Point ครบฝั่งล่ะ 50 Point เมื่อไหร่ เขาจะนับให้เราเป็น 1 Cycle และบริษัทก็จะจ่ายให้เราทันที 500 PA หรือ 500 บาท ต่อ 1 Cycle และถ้าในวันนั้น คนในทีมเราใช้จ่ายกันมาก และเราได้ Point มาเยอะ บริษัทก็จะคำนวน และจ่ายเงินให้เราตาม Cycle ที่เรามีในวันนั้น โดยบริษัทจะจ่ายให้สูงสุดที่ 200 Cycle ต่อ วัน หรือคิดเป็นเงินได้ 100,000 บาทต่อวัน แต่ถ้าในวันนั้น เราทำได้มากกว่า 200 Cycle เช่น ทำได้ 300 Cycle แล้วบริษัทจ่ายให้สูงสุด 200 Cycle ต่อวัน ส่วนต่างที่เหลืออีก 100 Cycle บริษัทก็ไม่ตัดทิ้งนะครับ เขาจะเก็บไว้จ่ายให้เราในวันถัดไป สะสมไปเรื่อยๆครับ





     รายได้ในข้อนี้ จะคำนวนกันเป็นรายวัน ตอนเที่ยงคืน แล้วจ่ายให้เราในวันถัดไปเลยนะครับ แต่รายได้ในข้อนี้ จะถูกแบ่งออกเป็น 2 อย่างครับ โดย หลังจากหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% แล้ว เหลือเท่าไหร่ จะถูกแบ่งไปเก็บใว้ในกระเป๋า PD 20% และแบ่งไปกระเป๋า PA อีก 80% (รายละเอียดอยู่ในบทที่ 6)






4. Matching Bonus 3 Generation


     ข้อนี้ ต้องบอกไว้ก่อนเลยนะครับ ว่าจะได้แค่ผู้ที่เป็น สปอนเซอร์ หรือ ผู้แนะนำตรง เท่านั้นนะครับ รายได้ในข้อนี้ก็คือ สมมุติว่าเรามีคนที่เราแนะนำตรงอยู่ 10 คน ไม่ว่าเขาจะมีรายได้เท่าไหร่ก็ตาม เราจะได้ 10% ของรายได้ ที่เขาได้ทันที เช่น 10 คนที่เราแนะนำตรงมา เขามีรายได้คนล่ะ 10,000 บาทต่อวัน เราก็จะได้ 1,000x10 เท่ากับ 10,000 บาทต่อวัน จากลูกทีมของเรา แต่ยังไม่หมดแค่นี้นะครับ โบนัสข้อนี้เขาจ่ายให้เราถึง 3 ชั้นเลยครับ ซึ่งก็คือ ถ้าลูกของเรา 10 คนนี้ เขาไปหาต่ออีกคนล่ะ 10 คน ชั้นที่ 2 ของเราก็จะมี 100 คน แล้วถ้า 100 คนนี้ ไปหาต่ออีกคนล่ะ 10 คน ชั้นที่ 3 ของเราก็จะมี 1,000 คน ถ้าสมมุติว่าคนทั้งหมดใน 3 ชั้นนี้ เขามีรายได้เท่าไหร่ ในแต่ล่ะวัน เราก็จะมีรายได้จากเขา คนละ 10% จากรายได้ที่เขาได้ทันทีครับ รายได้ในข้อนี้มันจะเยอะมากครับ แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วครับ






     แต่... ในข้อนี้มันยังไม่หมดแค่นี้นะครับ ที่บอกไปว่าเราจะได้ 10% จากลูกทีม 3 ชั้นของเรา นั่นมันในกรณีที่เรารักษายอดต่อเดือนอยู่ที่ 5 Point ต่อเดือนครับ แต่ถ้าเรารักษายอดเพิ่มเป็น 10 Point ต่อเดือน บริษัทจะจ่ายโบนัสข้อนี้ให้เรา จาก 10% เป็น 20% ต่อคนทันทีเลยครับ และการที่เราจะได้โบนัสกี่ชั้น ก็มีเงื่อนไขอีกเล็กน้อยเหมือนกันครับ คือ ถ้าเราอยากได้โบนัสถึง ชั้นที่ 3 เราต้องมีลูกทีมที่เราแนะนำตรง ซ้าย และ ขวา ฝั่งละ 5 คน เป็นอย่างน้อยครับ





สรุป ก็คือ

*** สิ่งที่เราต้องทำเพื่อรับ Matching Bonus คือ


- รักษายอด 5 Point ต่อเดือน รับ 10% 

- รักษายอด 10 Point ต่อเดือน รับ 20%

*** การที่เราจะได้ โบนัส กี่ชั้น ก็มีเงื่อนไขด้วยเหมือนกันครับ คือ


- ตำแหน่ง Start คือ มีสมาชิกแนะนำตรง ซ้าย 2 คน/ขวา 2 คน จะได้รับ 1 ชั้น


- ตำแหน่ง Bronze คือ มีสมาชิกแนะนำตรง ซ้าย 3 คน/ขวา 3 คน จะได้รับ 2 ชั้น


- ตำแหน่ง Silver คือ มีสมาชิกแนะนำตรง ซ้าย 5 คน/ขวา 5 คน จะได้รับ 3 ชั้น








5. รางวัลแห่งความสำเร็จ



     ข้อนี้เป็นรางวัลเพิ่มเติม สำหรับคนขยันครับ รายละเอียดก็ไม่มีอะไรมาก ตามรูปด้านล่างเลยครับ






6. Bonus B โบนัสพิเศษสำหรับสมาชิกที่โตข้างเดียว



     ก็อย่างที่บอกในบทที่ 4 ครับ ว่า แผนการตลาดของ Payall เป็นแบบสองขา แล้วขาข้างหนึ่งของคุณจะมีคนที่อยู่เหนือคุณ เขาคอยช่วยส่งคนลงมาให้ ทำให้ขาข้างหนึ่งของคุณนั้นมีคนมาต่อเรื่อยๆ และถ้าคุณไม่หาคนมาต่อขาอีกข้าง ขาของคุณก็จะโตข้างเดียว บริษัทเลงเห็นถึงความขี้เกียจของเราครับ แต่ก็อยากให้สมาชิกทุกคนมีรายได้ จะได้คิดโบนัสข้อนี้มาช่วย





     ในขณะที่คุณนั่งมองขาข้างหนึ่งของคุณมีคนมาต่อเรื่อยๆ แล้วคุณอยากได้รายได้จากเขาเหล่านั้น คุณต้องสร้างขาฝั่งอ่อนขึ้นมาด้วยครับ อัตราส่วนระหว่างฝั่งแข็ง กับฝั่งออน ที่คุณต้องสร้าง, คุณสมบัติ และรายได้ที่คุณจะได้รับ ก็ตามตารางด้านบนเลยครับ
 

7. Bonus C


     อันนี้ก็เป็น โบนัสเสริมอีกเหมือนกันครับ คือถ้าคุณมีคุณสมบัติ เข้าเงื่อนไขตามรูปด้านล่าง เขาก็จะดาวน์รถ และก็ช่วยออกค่าผ่อนรถให้คุณครับ



     สำหรับเรื่องของผลตอบแทนของนักธุรกิจ Payall ก็มีประมาณนี้ครับ


บทที่ 6 คำศัพท์ที่ควรรู้


     สำหรับบทนี้ จะกล่าวถึงคำศัพท์ต่างๆ ที่เราควรรู้จักในระบบของ Payall application กันนะครับ

1. สปอนเซอร์ ใช้เรียกแทนชื่อ ผู้แนะนำตรง หรือพูดง่ายๆก็คือ คนที่แนะนำให้เรามาสมัคร แล้วเราเอารหัสแนะนำเขาไปใช้ในการสมัคร

2. อัพไลน์ ใช้เรียกแทนชื่อ คนที่เราไปต่อเขา คนที่เป็น สปอนเซอร์ กับคนที่เป็น อัพไลน์ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดียวกัน เพราะหนึ่งคน สามารถมีคนมาต่อเราได้แค่ สองคน ส่วนคนที่สาม ที่มาสมัครกับเรา จะต้องไปต่อลูกทีมของเรา แล้วลูกทีมของเราก็จะกลายเป็น อัพไลน์ ของเขา

3. Point คือ หน่วยของคะแนนในระบบของ Payall application ได้มาจาก การ Upgrade เป็น VIP ของทั้งตัวเราเอง และคนที่อยู่ในสายงานเรา และได้มาจากการที่ เราและคนที่อยู่ใต้สายงานเรา ใช้จ่ายผ่าน Application ของ Payall แล้ว Point จะถูกนำไปคำนวน เพื่อแปลงกลับมาเป็นรายได้ให้กับตัวเราเอง (รายละเอียดในบทที่ 5) 


4. PA เป็นเหมือนกระเป๋าเงินรูปแบบหนึ่งในระบบของ Payall application เงินในกระเป๋า PA จะได้มาจากผลตอบแทนของนักธุรกิจ Payall และเงินในกระเป๋านี้ สามารถ เบิก-ถอน ออกมาเป็นเงินสดได้ โดยที่ 1 PA มีค่าเเท่ากับ 1 บาท

5. PD เป็นกระเป๋าเงินอีกรูปแบบหนึ่ง เหมือนกับ PA แต่ต่างกันตรงที่ เงินในกระเป๋า PD ไม่สามารถ เบิก-ถอน ออกมาเป็นเงินสดได้ จะเอาไว้สำหรับ ใช้จ่ายใน Application ของ Payall ได้อย่างเดียว โดยที่ 1 PD มีค่าเเท่ากับ 1 บาท เงินในกระเป๋า PD จะได้มาจาก ผลตอบแทน 20% ในหัวข้อ Team Commission ของนักธุรกิจ Payall และสามารถได้มาจาก การเปลี่ยน Point มาเป็นเงินในกระเป๋า PD โดย แยกเป็น 2 กรณี ดังนี้ครับ

- สมาชิก Free Application หรือ ผู้ใช้ App ฟรี จะแลกได้ที่ 100 Point = 10 PD

- สมาชิก VIP หรือ นักธุรกิจ Payall จะแลกได้ที่ 100 Point = 50 PD

6. พิน คือ หน่วยอีกรูปแบบหนึ่งในระบบของ Payall application โดยที่พินจะเอาไว้ใช้สำหรับการ Upgrade เป็น VIP หรือ ต่ออายุการเป็นนักธุรกิจของ Payall ในปีถัดไป หลังจากที่เราหมดอายุแล้ว 1 พิน จะมีค่าเท่ากับ 3,200 PA และมีอายุ 1 ปี นับจากวันที่เราใช้พิน (การที่คุณจะเป็นนักธุรกิจของ Payall หรือ Upgrade เป็น VIP คุณจะต้องโอนเงินเข้าไปในระบบของ Payall แล้วนำไปซื้อ พิน เพื่อเอามาใช้ในการ Upgrade เป็น VIP)

บทที่ 7 การสมัครใช้งาน Application ของ Payall


     ทักทายมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ครับ อยากมีเพื่อนใหม่ +^_^+
หรือจะสมัครเป็นผู้ใช้ ฟรี ทดลองระบบก่อนก็ได้ครับ โหลดแอป Payall มา แล้วกด สมัครสมาชิก เลยครับ ตรง " รหัสสมาชิกหรือเบอร์โทรผู้แนะนำ " ใส TH67050004 ได้เลยครับ เป็นรหัสผมเองครับ เอาไปทดลองใช้ระบบกันดูก่อน ตอนจะ Upgrade เป็น VIP เขาจะให้ใส่ใหม่อีกครั้งครับ



บทที่ 8 The Best Team ทีมงานออนไลน์อันดับหนึ่งของ Payall


     ก่อนอื่นต้องขอแนะนำทีมก่อนนะครับ พวกเราคือกลุ่ม The Best team นำทีมโดย คุณ อาภิภู กล้าหาญ และมีทีมงานมืออาชีพ จะคอยช่วยเหลือให้คำแนะนำ จนกว่าคุณจะสามารถทำงานเองได้


5 ข้อดีในการร่วมทีมกับเรา


1. ได้เว็บไซด์ขยายสายงาน
2. ได้โปรโมทใน Fanpage ทีม
3. ได้โปรโมทใน Line@ ทีม
4. ได้โปรโมทใน Youtube ทีม
5. สอนการทำการตลาด Online


ไปดูผู้นำทีมของเรา พูดถึง Payall กันครับ







ผลตอบแทนของนักธุรกิจ Payall โดย คุณ หน่อง ธนเดช กล้าหาญ







     ถ้าคุณสมัครร่วมทีมกับเรา เราจะมีเว็บไซด์ให้คุณเอาไปใช้ในการขยายสายงานได้ฟรีๆเลยครับ โดยข้อมูลในเว็บไซด์ จะเป็นข้อมูลการติดต่อของคุณเอง ตัวอย่างเว็บไซด์ เหมือนในลิงค์ด้านล่างเลยครับ

เว็บไซด์ : http://payallthebestteam.net/?id=entaneer


ข้อมูลติดต่อ



Line ID : entaneer

โทร. : 081-4514871

รหัสผู้แนะนำ : TH67050004




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น